5 วิธีการโอนเงินจากไทยไปอเมริกา (USA) เลือกแบบไหนเร็วและประหยัดที่สุด?

Highlight

  • SWIFT Code เป็นเหมือนรหัสประจำตัวของธนาคารที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศเช่น SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทยคือ KASITHBK
  • การใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศออนไลน์ เช่น Skrill ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นที่นิยมและง่ายต่อการเข้าถึงมากๆครับ
  • โอนเงินผ่าน PayPal ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีคนทั่วโลกเลือกใช้กันอย่างกว้างขวาง
  • โอนเงินผ่าน Western Union เน้นเดินทางไปที่สาขาหรือจุดให้บริการเพื่อทำการโอนเงินข้ามประเทศ
  • การโอนเงินผ่าน DeeMoney ผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศคล้ายกับ Skrill แต่ต่างกันที่ DeeMoney เป็นสัญชาติไทยโดยตรงนั่นเองครับ 

1. โอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ 

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างประเทศ

การโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ยังคงเป็นวิธีที่ได้รับความเชื่อถือสูงที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการโอนเงินจำนวนมากครับ ระบบการโอนเงินแบบนี้จะใช้เครือข่ายที่เรียกว่า SWIFT 

SWIFT Code คืออะไร?

  • SWIFT Code หรือ Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นระบบรหัสมาตรฐานสากลที่ “ใช้ระบุธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกครับ”
  • หรืออธิบายง่ายๆก็คือ เป็นรหัสประจำตัวของธนาคาร ที่ใช้ทำธุรกรรมระหว่างกัน โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศนั่นเองครับประกอบไปด้วย
    • 4 ตัวแรก: รหัสระบุชื่อธนาคาร (Bank Code)
    • 2 ตัวถัดมา: รหัสประเทศ (Country Code) เช่น TH สำหรับประเทศไทย US สำหรับสหรัฐอเมริกา
    • 2 ตัวถัดมา: รหัสที่อยู่ (Location Code) บอกตำแหน่งหรือเมืองที่ตั้งของธนาคารนั้นๆ
    • 3 ตัวสุดท้าย (ถ้ามี): รหัสสาขา (Branch Code) ใช้ระบุสาขาเฉพาะเจาะจง 
  • ตัวอย่าง SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทยคือ KASITHBK
    • KASI = รหัสธนาคารกสิกรไทย
    • TH = รหัสประเทศ (ประเทศไทย)
    • BK = รหัสที่ตั้ง (กรุงเทพฯ)

ขั้นตอนการโอนเงิน

  1. ติดต่อธนาคาร: ผู้โอนต้องไปที่สาขาธนาคารหรือทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์/แอปพลิเคชันของธนาคารนั้นๆ
  2. กรอกข้อมูล: เตรียมข้อมูลสำคัญของผู้รับให้ครบถ้วน เช่น
    • ชื่อ-นามสกุล: ต้องสะกดตรงตามบัญชีธนาคารของผู้รับ
    • ที่อยู่: ที่อยู่ของผู้รับ
    • ชื่อธนาคารและสาขา: ชื่อธนาคารและที่อยู่สาขาในสหรัฐอเมริกา
    • เลขที่บัญชี: เลขที่บัญชีของผู้รับ
    • SWIFT Code: รหัสระบุตัวตนของธนาคารผู้รับ (เป็นเหมือนเลขที่ของธนาคารนั้นๆ
  3. ชำระเงิน: ชำระเงินต้นพร้อมค่าธรรมเนียม
  4. รอรับเงิน: เงินจะถูกส่งผ่านเครือข่าย SWIFT ไปยังธนาคารผู้รับ ซึ่งอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลาง ก่อนที่จะถึงปลายทาง

ข้อควรระวัง!!

  • ค่าธรรมเนียม: จะมีค่าธรรมเนียมหลายส่วนประกอบกัน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมของธนาคารผู้โอน และ ค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวกลางและธนาคารผู้รับ ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมค่อนข้างสูงและไม่แน่นอน
  • ระยะเวลา: แม้จะเป็นระบบที่น่าเชื่อถือ แต่กระบวนการอาจใช้เวลา 2-5 วันทำการ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบข้อมูลหลายขั้นตอนและอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลางหลายแห่งก่อนถึงบัญชีปลายทาง

สรุปค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมธนาคารผู้โอน: เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ธนาคารในไทยเรียกเก็บ ส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท ต่อรายการครับ
  • ค่าธรรมเนียมธนาคารผู้รับ: เป็นค่าธรรมเนียมที่ธนาคารปลายทางในสหรัฐฯ เรียกเก็บในการรับเงินโอนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจอยู่ที่ประมาณ 10-30 ดอลลาร์สหรัฐฯ

2. โอนเงินผ่านผู้ให้บริการออนไลน์ 

ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน Skrill

ในปัจจุบัน การโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ประหยัดและรวดเร็วกว่าการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม ผู้ให้บริการยอดนิยมได้แก่ Wise , Remitly และ Skrill

Skrill

Skrill ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมออนไลน์ เนื่องจากมีระบบการชำระเงินที่รวดเร็วและใช้งานง่าย

จุดเด่นของ Skrill

  • รองรับสกุลเงินที่หลากหลาย: Skrill รองรับสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก ทำให้สะดวกสำหรับการทำธุรกรรมข้ามประเทศ
  • ใช้งานง่าย: มีแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้งานง่าย ทำให้คุณสามารถจัดการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา
  • เหมาะกับเทรดเดอร์: หลายโบรกเกอร์รองรับ Skrill เป็นหนึ่งในช่องทางการฝากถอนเงิน
  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ: Skrill เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ โดยเฉพาะเมื่อผู้รับปลายทางมีบัญชี Skrill อยู่แล้ว

สรุปค่าธรรมเนียม

  • การโอนไปยังบัญชีธนาคารปลายทาง: Skrill มีบริการ Skrill Money Transfer ที่อาจไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนไปยังบัญชีธนาคารในต่างประเทศ แต่ค่าธรรมเนียมนี้อาจขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและปลายทาง รวมถึงวิธีการชำระเงินของคุณ
  • การโอนระหว่างบัญชี Skrill: โอนเงินจากบัญชี Skrill ของคุณไปยังบัญชี Skrill ของผู้รับในอเมริกา จะมีค่าธรรมเนียมที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจสูงถึง 2.99%
  • สรุปง่ายๆ แม้บางครั้ง Skrillจะโฆษณาว่า “โอนฟรี” แต่ก็มักจะมีการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนการโอนเงินครับ

3. โอนเงินผ่าน PayPal

ภาพอัตตราค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเข้าบัญชีสหรัฐเมริกาจะอยู่ที่ 35 USD

การโอนเงินผ่าน PayPal ทำได้ง่ายมากครับ ผู้ส่งและผู้รับจะต้องมีบัญชี PayPal ทั้งคู่จากนั้นผู้ส่งสามารถทำรายการโอนเงินไปยังอีเมลหรือชื่อบัญชีของผู้รับได้ทันที โดยเงินจะเข้าสู่บัญชี PayPal ของผู้รับภายในเวลาไม่กี่นาที

ข้อดี

  • สะดวกและรวดเร็ว: เงินจะถูกส่งถึงผู้รับเกือบจะทันที
  • ใช้งานง่าย: ไม่ต้องใช้ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ซับซ้อนของผู้รับ แค่มีอีเมลหรือชื่อบัญชี PayPal ก็พอ
  • เข้าถึงได้ง่าย: สามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ข้อเสีย

  • ค่าธรรมเนียมสูง: PayPal มีค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมทั้งจากผู้ส่งและผู้รับ
  • อัตราแลกเปลี่ยนไม่ดี: อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้มักจะสูงกว่าอัตราแลกเปลี่ยนกลาง ทำให้ผู้รับได้รับเงินน้อยลง
  • ไม่เหมาะกับเงินก้อนใหญ่: มีการจำกัดวงเงินในการโอนต่อครั้งหรือต่อวัน

สรุปค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน: หากผู้รับในอเมริกาต้องการถอนเงินจากบัญชี PayPal เข้าบัญชีธนาคารของตัวเอง อาจมีค่าธรรมเนียมคงที่ประมาณ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อรายการ

4. โอนเงินผ่าน Western Union 

ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน Western Union

Western Union เป็นผู้ให้บริการโอนเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นตัวเลือกที่แตกต่างจากผู้ให้บริการออนไลน์อื่นๆ อย่างชัดเจน เนื่องจากเน้นการโอนเงินแบบตัวต่อตัว หรือการรับ-ส่งเงินสดผ่านตัวแทนหรือสาขา

หลักการทำงาน

  • ผู้ส่ง: เดินทางไปที่สาขาหรือจุดให้บริการของ Western Union (ซึ่งมักจะอยู่ในธนาคาร, ไปรษณีย์, หรือห้างสรรพสินค้า)
  • ทำรายการ: แจ้งจำนวนเงินที่ต้องการโอนและข้อมูลของผู้รับ จากนั้นชำระเงินต้นพร้อมค่าธรรมเนียม
  • รหัส: ผู้ส่งจะได้รับรหัสควบคุมการโอนเงิน (สำหรับ Western Union เรียกว่า MTCN หรือ Money Transfer Control Number) ซึ่งต้องแจ้งรหัสนี้ให้ผู้รับทราบ
  • ผู้รับ: เดินทางไปที่สาขาปลายทางในอเมริกา พร้อมบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง และรหัสควบคุมการโอนเงินเพื่อรับเงินสดได้ทันที

ข้อดี

  • มีความรวดเร็ว: จุดเด่นที่สุดของวิธีนี้คือความเร็วครับ ผู้รับสามารถรับเงินสดได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากผู้ส่งทำรายการเสร็จสิ้น ทำให้เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร: ผู้รับไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน ทำให้สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารในอเมริกา
  • เครือข่ายกว้างขวาง: มีจุดให้บริการมากกว่า 500,000 แห่งทั่วโลกสำหรับ Western Union และ 430,000 แห่งสำหรับ MoneyGram ทำให้เข้าถึงได้ง่ายในหลายพื้นที่

ข้อเสีย

  • ค่าธรรมเนียมสูง: ค่าใช้จ่ายในการโอนมักจะสูงกว่าผู้ให้บริการออนไลน์ และอัตราแลกเปลี่ยนก็มักจะถูกบวกส่วนต่างเข้าไปด้วย
  • ไม่สะดวก: ผู้ส่งต้องเดินทางไปที่สาขาเพื่อทำรายการ และผู้รับก็ต้องเดินทางไปรับเงินสด ทำให้ไม่สะดวกเท่ากับการโอนเงินออนไลน์
  • จำกัดเฉพาะเงินสด: แม้บางบริการจะสามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ แต่จุดแข็งหลักยังคงเป็นการรับ-ส่งเงินสด

สรุปค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมการโอน: ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินที่โอนและวิธีการชำระเงิน (เช่น โอนจากธนาคารหรือชำระด้วยเงินสดที่สาขา) โดยทั่วไปจะคิดค่าธรรมเนียม 99 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

5. โอนเงินผ่าน DeeMoney

ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน DeeMoney

DeeMoney เป็นผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศสัญชาติไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยครับ จุดเด่นสำคัญของ DeeMoney คือการเน้นตลาดในประเทศไทยและโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ข้อดี

  • ค่าธรรมเนียมคงที่: ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่คงที่และถูกมาก ไม่ว่าคุณจะโอนเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม
  • สะดวก: สามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
  • เชื่อถือได้: เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ

ข้อเสีย

  • ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่า Skrill: อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างเท่ากับผู้ให้บริการระดับโลก
  • จำกัดเฉพาะการโอนจากไทย: มุ่งเน้นการให้บริการโอนเงินจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศเป็นหลัก

สรุปค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียม: DeeMoney คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา 125 บาทต่อรายการ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) 
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง: DeeMoney ยืนยันว่าไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มเติมจากธนาคารปลายทาง

สรุปแล้วเลือกวิธีไหนดีที่สุด?

วิธีการโอนเงิน จุดเด่น ค่าธรรมเนียม ความเร็ว เหมาะสำหรับ
ธนาคารพาณิชย์ ปลอดภัยสูงสุด จะมีค่าธรรมเนียมหลายส่วนประกอบกัน ช้า การโอนเงินจำนวนมากที่เน้นความน่าเชื่อถือ
Skrill เหมาะกับธุรกรรมเฉพาะทาง มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เร็ว ผู้รับปลายทางที่มีบัญชี Skrill อยู่แล้ว
PayPal ง่ายและรวดเร็ว โอนเงินได้เกือบจะทันที 35 USD เร็วมาก การโอนเงินจำนวนน้อย สำหรับผู้ที่มีบัญชี PayPal
Western Union เหมาะสำหรับกรณีต้องการเงินสด 99 บาท

(ไม่รวม Vat 7%)

เร็ว กรณีฉุกเฉินที่ผู้รับต้องการเงินสดด่วน
DeeMoney ค่าธรรมเนียมคงที่ โปร่งใสและประหยัด 125 บาท

(ไม่รวม Vat 7%)

เสร็จใน 3 วันทำการ ผู้ที่ต้องการโอนเงินจากไทยเป็นประจำอย่างคุ้มค่า

บทสรุปสำหรับ 5 วิธีการโอนเงินจากไทยไปอเมริกา

ท้ายที่สุดแล้วการเลือกวิธีโอนเงินจากไทยไปอเมริกาที่คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณครับ ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการโอนเงินก้อนใหญ่ ธนาคารพาณิชย์คือคำตอบ แต่ถ้าเน้นความประหยัดและรวดเร็ว ผู้ให้บริการออนไลน์อย่าง DeeMoney คือตัวเลือกที่ดีที่สุด  ส่วน Paypal ถึงจะเร็วนะครับแต่ก็มีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง 

  • Skrill คืออะไร : ข้อดี ข้อเสีย : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเข้าธนาคาร: https://thaiswiftcode.com/skrill-overview/
  • DeeMoney คืออะไร ปลอดภัยไหม : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเงิน: https://thaiswiftcode.com/deemoney-review/
  • Western Union คืออะไร : ข้อดี ข้อเสีย : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเงิน: https://thaiswiftcode.com/western-union/
  • รวมเลข Swift code ทุกธนาคารในประเทศไทย [ฉบับสมบูรณ์]: https://thaibrokerforex.com/swift-code/
  • เจาะลึกช่องทางฝากถอนเงินผ่าน PayPal เหมาะกับ Forex หรือไม่?: https://www.thaiforexbroker.com/forex-broker-paypal/
  • Skrill คืออะไร คู่มือการสมัครใช้งาน ฝากถอน โอน แบบละเอียด: https://thaibrokerforex.com/skrill/