Highlight
- SWIFT Code เป็นเหมือนรหัสประจำตัวของธนาคารที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศเช่น SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทยคือ KASITHBK
- การใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศออนไลน์ เช่น Skrill ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นที่นิยมและง่ายต่อการเข้าถึงมากๆครับ
- โอนเงินผ่าน PayPal ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีคนทั่วโลกเลือกใช้กันอย่างกว้างขวาง
- โอนเงินผ่าน Western Union เน้นเดินทางไปที่สาขาหรือจุดให้บริการเพื่อทำการโอนเงินข้ามประเทศ
- การโอนเงินผ่าน DeeMoney ผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศคล้ายกับ Skrill แต่ต่างกันที่ DeeMoney เป็นสัญชาติไทยโดยตรงนั่นเองครับ
1. โอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์
ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างประเทศ
การโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ยังคงเป็นวิธีที่ได้รับความเชื่อถือสูงที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการโอนเงินจำนวนมากครับ ระบบการโอนเงินแบบนี้จะใช้เครือข่ายที่เรียกว่า SWIFT
SWIFT Code คืออะไร?
- SWIFT Code หรือ Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นระบบรหัสมาตรฐานสากลที่ “ใช้ระบุธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกครับ”
- หรืออธิบายง่ายๆก็คือ เป็นรหัสประจำตัวของธนาคาร ที่ใช้ทำธุรกรรมระหว่างกัน โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศนั่นเองครับประกอบไปด้วย
- 4 ตัวแรก: รหัสระบุชื่อธนาคาร (Bank Code)
- 2 ตัวถัดมา: รหัสประเทศ (Country Code) เช่น TH สำหรับประเทศไทย US สำหรับสหรัฐอเมริกา
- 2 ตัวถัดมา: รหัสที่อยู่ (Location Code) บอกตำแหน่งหรือเมืองที่ตั้งของธนาคารนั้นๆ
- 3 ตัวสุดท้าย (ถ้ามี): รหัสสาขา (Branch Code) ใช้ระบุสาขาเฉพาะเจาะจง
- ตัวอย่าง SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทยคือ KASITHBK
- KASI = รหัสธนาคารกสิกรไทย
- TH = รหัสประเทศ (ประเทศไทย)
- BK = รหัสที่ตั้ง (กรุงเทพฯ)
ขั้นตอนการโอนเงิน
- ติดต่อธนาคาร: ผู้โอนต้องไปที่สาขาธนาคารหรือทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์/แอปพลิเคชันของธนาคารนั้นๆ
- กรอกข้อมูล: เตรียมข้อมูลสำคัญของผู้รับให้ครบถ้วน เช่น
- ชื่อ-นามสกุล: ต้องสะกดตรงตามบัญชีธนาคารของผู้รับ
- ที่อยู่: ที่อยู่ของผู้รับ
- ชื่อธนาคารและสาขา: ชื่อธนาคารและที่อยู่สาขาในสหรัฐอเมริกา
- เลขที่บัญชี: เลขที่บัญชีของผู้รับ
- SWIFT Code: รหัสระบุตัวตนของธนาคารผู้รับ (เป็นเหมือนเลขที่ของธนาคารนั้นๆ
- ชำระเงิน: ชำระเงินต้นพร้อมค่าธรรมเนียม
- รอรับเงิน: เงินจะถูกส่งผ่านเครือข่าย SWIFT ไปยังธนาคารผู้รับ ซึ่งอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลาง ก่อนที่จะถึงปลายทาง
ข้อควรระวัง!!
- ค่าธรรมเนียม: จะมีค่าธรรมเนียมหลายส่วนประกอบกัน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมของธนาคารผู้โอน และ ค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวกลางและธนาคารผู้รับ ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมค่อนข้างสูงและไม่แน่นอน
- ระยะเวลา: แม้จะเป็นระบบที่น่าเชื่อถือ แต่กระบวนการอาจใช้เวลา 2-5 วันทำการ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบข้อมูลหลายขั้นตอนและอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลางหลายแห่งก่อนถึงบัญชีปลายทาง
สรุปค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมธนาคารผู้โอน: เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ธนาคารในไทยเรียกเก็บ ส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท ต่อรายการครับ
- ค่าธรรมเนียมธนาคารผู้รับ: เป็นค่าธรรมเนียมที่ธนาคารปลายทางในสหรัฐฯ เรียกเก็บในการรับเงินโอนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจอยู่ที่ประมาณ 10-30 ดอลลาร์สหรัฐฯ
2. โอนเงินผ่านผู้ให้บริการออนไลน์
ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน Skrill
ในปัจจุบัน การโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ประหยัดและรวดเร็วกว่าการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม ผู้ให้บริการยอดนิยมได้แก่ Wise , Remitly และ Skrill
Skrill
Skrill ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมออนไลน์ เนื่องจากมีระบบการชำระเงินที่รวดเร็วและใช้งานง่าย
จุดเด่นของ Skrill
- รองรับสกุลเงินที่หลากหลาย: Skrill รองรับสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก ทำให้สะดวกสำหรับการทำธุรกรรมข้ามประเทศ
- ใช้งานง่าย: มีแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้งานง่าย ทำให้คุณสามารถจัดการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา
- เหมาะกับเทรดเดอร์: หลายโบรกเกอร์รองรับ Skrill เป็นหนึ่งในช่องทางการฝากถอนเงิน
- บุคคลทั่วไปที่ต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ: Skrill เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ โดยเฉพาะเมื่อผู้รับปลายทางมีบัญชี Skrill อยู่แล้ว
สรุปค่าธรรมเนียม
- การโอนไปยังบัญชีธนาคารปลายทาง: Skrill มีบริการ Skrill Money Transfer ที่อาจไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนไปยังบัญชีธนาคารในต่างประเทศ แต่ค่าธรรมเนียมนี้อาจขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและปลายทาง รวมถึงวิธีการชำระเงินของคุณ
- การโอนระหว่างบัญชี Skrill: โอนเงินจากบัญชี Skrill ของคุณไปยังบัญชี Skrill ของผู้รับในอเมริกา จะมีค่าธรรมเนียมที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจสูงถึง 2.99%
- สรุปง่ายๆ แม้บางครั้ง Skrillจะโฆษณาว่า “โอนฟรี” แต่ก็มักจะมีการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนการโอนเงินครับ
3. โอนเงินผ่าน PayPal
ภาพอัตตราค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเข้าบัญชีสหรัฐเมริกาจะอยู่ที่ 35 USD
การโอนเงินผ่าน PayPal ทำได้ง่ายมากครับ ผู้ส่งและผู้รับจะต้องมีบัญชี PayPal ทั้งคู่จากนั้นผู้ส่งสามารถทำรายการโอนเงินไปยังอีเมลหรือชื่อบัญชีของผู้รับได้ทันที โดยเงินจะเข้าสู่บัญชี PayPal ของผู้รับภายในเวลาไม่กี่นาที
ข้อดี
- สะดวกและรวดเร็ว: เงินจะถูกส่งถึงผู้รับเกือบจะทันที
- ใช้งานง่าย: ไม่ต้องใช้ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ซับซ้อนของผู้รับ แค่มีอีเมลหรือชื่อบัญชี PayPal ก็พอ
- เข้าถึงได้ง่าย: สามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
ข้อเสีย
- ค่าธรรมเนียมสูง: PayPal มีค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมทั้งจากผู้ส่งและผู้รับ
- อัตราแลกเปลี่ยนไม่ดี: อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้มักจะสูงกว่าอัตราแลกเปลี่ยนกลาง ทำให้ผู้รับได้รับเงินน้อยลง
- ไม่เหมาะกับเงินก้อนใหญ่: มีการจำกัดวงเงินในการโอนต่อครั้งหรือต่อวัน
สรุปค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน: หากผู้รับในอเมริกาต้องการถอนเงินจากบัญชี PayPal เข้าบัญชีธนาคารของตัวเอง อาจมีค่าธรรมเนียมคงที่ประมาณ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อรายการ
4. โอนเงินผ่าน Western Union
ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน Western Union
Western Union เป็นผู้ให้บริการโอนเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นตัวเลือกที่แตกต่างจากผู้ให้บริการออนไลน์อื่นๆ อย่างชัดเจน เนื่องจากเน้นการโอนเงินแบบตัวต่อตัว หรือการรับ-ส่งเงินสดผ่านตัวแทนหรือสาขา
หลักการทำงาน
- ผู้ส่ง: เดินทางไปที่สาขาหรือจุดให้บริการของ Western Union (ซึ่งมักจะอยู่ในธนาคาร, ไปรษณีย์, หรือห้างสรรพสินค้า)
- ทำรายการ: แจ้งจำนวนเงินที่ต้องการโอนและข้อมูลของผู้รับ จากนั้นชำระเงินต้นพร้อมค่าธรรมเนียม
- รหัส: ผู้ส่งจะได้รับรหัสควบคุมการโอนเงิน (สำหรับ Western Union เรียกว่า MTCN หรือ Money Transfer Control Number) ซึ่งต้องแจ้งรหัสนี้ให้ผู้รับทราบ
- ผู้รับ: เดินทางไปที่สาขาปลายทางในอเมริกา พร้อมบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง และรหัสควบคุมการโอนเงินเพื่อรับเงินสดได้ทันที
ข้อดี
- มีความรวดเร็ว: จุดเด่นที่สุดของวิธีนี้คือความเร็วครับ ผู้รับสามารถรับเงินสดได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากผู้ส่งทำรายการเสร็จสิ้น ทำให้เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉิน
- ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร: ผู้รับไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน ทำให้สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารในอเมริกา
- เครือข่ายกว้างขวาง: มีจุดให้บริการมากกว่า 500,000 แห่งทั่วโลกสำหรับ Western Union และ 430,000 แห่งสำหรับ MoneyGram ทำให้เข้าถึงได้ง่ายในหลายพื้นที่
ข้อเสีย
- ค่าธรรมเนียมสูง: ค่าใช้จ่ายในการโอนมักจะสูงกว่าผู้ให้บริการออนไลน์ และอัตราแลกเปลี่ยนก็มักจะถูกบวกส่วนต่างเข้าไปด้วย
- ไม่สะดวก: ผู้ส่งต้องเดินทางไปที่สาขาเพื่อทำรายการ และผู้รับก็ต้องเดินทางไปรับเงินสด ทำให้ไม่สะดวกเท่ากับการโอนเงินออนไลน์
- จำกัดเฉพาะเงินสด: แม้บางบริการจะสามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ แต่จุดแข็งหลักยังคงเป็นการรับ-ส่งเงินสด
สรุปค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการโอน: ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินที่โอนและวิธีการชำระเงิน (เช่น โอนจากธนาคารหรือชำระด้วยเงินสดที่สาขา) โดยทั่วไปจะคิดค่าธรรมเนียม 99 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
5. โอนเงินผ่าน DeeMoney
ภาพตัวอย่างการโอนเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ผ่าน DeeMoney
DeeMoney เป็นผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศสัญชาติไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยครับ จุดเด่นสำคัญของ DeeMoney คือการเน้นตลาดในประเทศไทยและโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมคงที่: ส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่คงที่และถูกมาก ไม่ว่าคุณจะโอนเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม
- สะดวก: สามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
- เชื่อถือได้: เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ
ข้อเสีย
- ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่า Skrill: อาจยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างเท่ากับผู้ให้บริการระดับโลก
- จำกัดเฉพาะการโอนจากไทย: มุ่งเน้นการให้บริการโอนเงินจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศเป็นหลัก
สรุปค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียม: DeeMoney คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา 125 บาทต่อรายการ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
- ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง: DeeMoney ยืนยันว่าไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มเติมจากธนาคารปลายทาง
สรุปแล้วเลือกวิธีไหนดีที่สุด?
| วิธีการโอนเงิน | จุดเด่น | ค่าธรรมเนียม | ความเร็ว | เหมาะสำหรับ |
| ธนาคารพาณิชย์ | ปลอดภัยสูงสุด | จะมีค่าธรรมเนียมหลายส่วนประกอบกัน | ช้า | การโอนเงินจำนวนมากที่เน้นความน่าเชื่อถือ |
| Skrill | เหมาะกับธุรกรรมเฉพาะทาง | มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง | เร็ว | ผู้รับปลายทางที่มีบัญชี Skrill อยู่แล้ว |
| PayPal | ง่ายและรวดเร็ว โอนเงินได้เกือบจะทันที | 35 USD | เร็วมาก | การโอนเงินจำนวนน้อย สำหรับผู้ที่มีบัญชี PayPal |
| Western Union | เหมาะสำหรับกรณีต้องการเงินสด | 99 บาท
(ไม่รวม Vat 7%) |
เร็ว | กรณีฉุกเฉินที่ผู้รับต้องการเงินสดด่วน |
| DeeMoney | ค่าธรรมเนียมคงที่ โปร่งใสและประหยัด | 125 บาท
(ไม่รวม Vat 7%) |
เสร็จใน 3 วันทำการ | ผู้ที่ต้องการโอนเงินจากไทยเป็นประจำอย่างคุ้มค่า |
บทสรุปสำหรับ 5 วิธีการโอนเงินจากไทยไปอเมริกา
ท้ายที่สุดแล้วการเลือกวิธีโอนเงินจากไทยไปอเมริกาที่คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณครับ ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการโอนเงินก้อนใหญ่ ธนาคารพาณิชย์คือคำตอบ แต่ถ้าเน้นความประหยัดและรวดเร็ว ผู้ให้บริการออนไลน์อย่าง DeeMoney คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วน Paypal ถึงจะเร็วนะครับแต่ก็มีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Skrill คืออะไร : ข้อดี ข้อเสีย : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเข้าธนาคาร: https://thaiswiftcode.com/skrill-overview/
- DeeMoney คืออะไร ปลอดภัยไหม : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเงิน: https://thaiswiftcode.com/deemoney-review/
- Western Union คืออะไร : ข้อดี ข้อเสีย : ค่าธรรมเนียม : วิธีสมัครใช้งาน : วิธีโอนเงิน: https://thaiswiftcode.com/western-union/
- รวมเลข Swift code ทุกธนาคารในประเทศไทย [ฉบับสมบูรณ์]: https://thaibrokerforex.com/swift-code/
- เจาะลึกช่องทางฝากถอนเงินผ่าน PayPal เหมาะกับ Forex หรือไม่?: https://www.thaiforexbroker.com/forex-broker-paypal/
- Skrill คืออะไร คู่มือการสมัครใช้งาน ฝากถอน โอน แบบละเอียด: https://thaibrokerforex.com/skrill/







